ฝนตก

posted on 24 Aug 2008 10:02 by jackton

ซ่า...ซ่า...ซ่า...

 

ฝนกำลังเทตัวลงอย่างหนักจนกลบเสียงอื่นๆให้เลือนหายไป เพื่อให้เราฟังเสียงของมันเพียงเสียงเดียว ราวกับว่ามันมีเรื่องที่ต้องการจะบอกกล่าว...

 

ซ่า...ซ่า...ซ่า...

หลายเม็ดตกมาติดเป็นหยดเล็กๆที่นอกหน้าต่าง มันค่อยๆรวมตัวกันจนกลายเป็นเม็ดใหญ่ และด้วยน้ำหนักที่เพิ่มมากขึ้นมันก็ไม่อาจปฏิเสธการเชื้อเชิญของแรงดึงดูดของโลกได้อีกต่อไป มันปล่อยให้ตัวมันไหลลงผ่านกระจกจนเป็นแนวยาว บางหยดไถลลงอย่างรวดเร็ว บางหยดไถลตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปและเจียมเนื้อเจียมตัว ดูแล้วคล้ายกับกรงเล็บของสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวซึ่งต้องการจะแหวกกระจกเข้ามาในตัวบ้านเพื่อทำร้ายฉัน ถึงแม้ว่าการกระทำของมันจะดูแล้วสูญเปล่าและเป็นไปไม่ได้ แต่เมื่อมองตามรอยน้ำนั่นแล้ว มันช่างกรีดอารมณ์จนความรู้สึกเหงาของฉันที่เก็บซ่อนอยู่ภายในลึกๆต้องเจ็บแปลบขึ้นมาทันควัน เมื่อละสายตาหนีจากรอยน้ำฝนที่ทิ้งคราบไว้บนแผ่นกระจกเพื่อหวังว่าจะพ้นจากความรู้สึกเจ็บแปลบที่ประหลาดซึ่งปราศจากรอยแผลขีดข่วนใดๆให้เห็นภายนอกนี้ เพราะบางสิ่งบางอย่างที่เคยรู้จักและฝังตัวอยู่ภายในได้ขาดหายไป เมื่อมองเลยเหล่าหยดน้ำออกไป ภาพไกลตาที่มองเห็นก็คือป้ายรถเมล์ที่ตั้งตระหง่านสู้กับสายฝนจนเปียกโชกแต่ยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างเดียวดายไร้วี่แววของเพื่อนร่วมชายคา มันดูอ้างว้างและน่าหดหู่ แต่มันก็ไม่เคยบ่นอุบต่อโชคชะตาและยังคงทำหน้าที่ต่อไปด้วยความมั่นคง มันคอยเป็นที่กำบังทั้งแดดและฝนให้คนที่เดินทางผ่านไปผ่านมา อยากรู้จังว่ามันจะเคยใคร่เรียกหาความผูกพันที่แน่นแฟ้นบ้างมั้ย ไม่รู้ว่ามันจะรู้รึเปล่าว่าฝนที่ตกลงมาก็เพื่อมัน ฉันมองเห็นเม็ดฝนกำลังสวดภาวนาให้มันมีเพื่อนร่วมชายคาให้พ้นความเดียวดายในเร็ววัน 

เพียงเสี้ยวที่สิ้นช่วงความคิดคนคู่หนึ่งก็เดินเข้ามาในขอบข่ายสายตา คนหนึ่งในนั้นเห็นแล้วสะกิดต่อมความจำให้ทำงาน พวกเขาเดินลัดเลาะหลบแอ่งน้ำบนฟุตบาทอย่างสนุกสนานคล้ายกับเป็นเกมส์ๆหนึ่งที่มีเพียงคนสองคนซึ่งหลบอยู่ภายใต้ร่มสีชมพูคันเดียวกันเท่านั้นถึงจะเข้าใจในกฏเกณฑ์ที่วางไว้ได้ พวกเขาหยอกล้อเล่นกันอย่างสนิทสนมคล้ายกับว่ามีเพียงเขาสองคนเท่านั้นที่เดินอยู่บนถนนสายฝนสายนี้ โดยไม่สนใจต่อสิ่งรอบข้างมากนักจนเกือบจะโผไปชนกับชายคนหนึ่งที่เดินเลียบๆเคียงๆอยู่ข้างๆขณะที่เขากำลังหาจังหวะเหมาะๆเพื่อจะเดินแซง ดูแล้วราวกับว่าสายฝนที่สาดลงมาก็เพื่อให้พวกเขาได้สร้างโลกส่วนตัวขึ้นมาป้องกันสิ่งรบกวนจากสิ่งรอบกาย อีกทั้งยังทำให้เขาใกล้ชิดกันมากขึ้นไปอีก ไม่รู้ว่าพวกเขารู้รึเปล่าว่าฝนทำเพื่อพวกเขา ฉันมองเห็นเม็ดฝนกำลังยิ้มรับความสุขจากคนทั้งคู่ 

ชายเสื้อดำแขนสั้นที่นอกหน้าต่างฉันจำได้ว่าเขาเคยมอบหมาน้อยตัวหนึ่งให้กับหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มและเผอิญไปละม้ายคล้ายกับคนที่เดินคู่อยู่กับชายหนุ่มภายใต้ร่มสีชมพูคนนั้น เขาเดินอย่างเร่งรีบฝ่าเม็ดฝนที่โหมโจมตีโดยปราศจากซึ่งสิ่งช่วยกำบัง และดูเหมือนว่าสติของเขาจะหลุดลอยไปไกลจนแทบจะก้าวเท้าลงบนถนนซึ่งรถแล่นอยู่เพียงเพื่อต้องการจะเดินแซงคนทั้งคู่ เขาเกือบจะชนคนคู่นั้นเพราะความใจร้อนจนทำให้เสียความสมดุล หรือด้วยเหตุผลอื่นกันนะ... สีหน้าของเขาแสดงถึงความเจ็บปวดเมื่อฝนสาดเทใส่เขา มันดูแล้วราวกับว่าฝนที่ตกลงมานั้นเป็นเสมือนเข็มเล็กๆที่ร่วงหล่นลงมาจากฟ้าเพียงเพื่อต้องการจะกลั่นแกล้งและเสียบแทงให้เขาต้องเจ็บปวดจากความเจ็บใจที่ต้องสูญเสียสิ่งที่เคยครอบครอง เขาจึงต้องเร่งฝีเท้าขึ้นเรื่อยๆเพื่อไปให้ถึงที่กำบังหรือจุดหมายที่หวังไว้เพื่อจะหลบรักษาบาดแผลจากการประทุษร้ายโดยฝนเข็มให้เร็วที่สุด เขามองไม่เห็นแอ่งน้ำเล็กๆแม้แต่แอ่งเดียวที่ฝนรวมตัวกันอยู่อย่างเป็นสังคมทั้งๆที่ก้มหน้าพยายามหลบหลีก ไม่รู้ว่าเขาตั้งใจที่จะเหยียบย่ำให้ครบทุกแอ่งที่เดินผ่าน หรือเพราะความโกรธปนความเศร้าได้บดบังสายตาจนเขามองไม่เห็นจึงต้องเปียกและชุ่มแฉะกว่าเดิม ไม่รู้ว่าเขาจะรู้รึเปล่าว่าฝนไม่อยากให้เขาต้องทนเห็นภาพที่น่าเคืองตาจนเคืองใจของคนคู่นั้น ฉันมองเห็นเม็ดฝนกำลังทำตาละห้อยรับความเศร้าของเขา

 

เจ้าหมาน้อยมอมแมมตัวหนึ่งซึ่งฉันเคยเห็นนายของมันหยิบยื่นให้กับหญิงสาวคนหนึ่งที่ป้ายรถเมล์ ตอนนั้นใบหน้าของมันเปี่ยมด้วยความสดใส มันสั่นหางรับความสุขและความยินดีที่ผ่านเข้ามา มันเคยเป็นของขวัญที่ช่วยเพิ่มเติมความสุขส่วนเกินให้กับแฟนของนายมันอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่มันจะถูกปล่อยให้ต้องร่อนเร่เพราะนายมันเปลี่ยนใจอย่างฉับพลัน มันถูกทอดทิ้งให้อยู่ลำพังที่ป้ายรถเมล์นี้มาได้หลายวันแล้ว มันยังคงไม่ไปไหนไกล มันวนเวียนเฝ้ารอคอยการมารับกลับของนายมันอย่างซื่อสัตย์ สิ่งเดียวที่ฝังตัวอยู่ในต่อมความทรงจำที่ปลายจมูกของมันอยู่ก็คือกลิ่นเลือนๆของนายมันที่ยังเกาะอยู่บนกระดิ่งสีทองอันเล็กซึ่งเคยส่งเสียงใสเหมาะกับตัวมัน และปลอกคอที่เคยเป็นสีชมพูหวานแหววแต่บัดนี้มีอันต้องหมองเพราะเปื้อนฝุ่นและควัน ยามนี้มันเดินลำพังไปมาอย่างเอื่อยๆ สายตาหวาดกลัวต่อสิ่งรอบตัว มันเดินหลบน้ำฝนที่สาดลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตาและหลีกเม็ดที่กระเด็นกระดอนขึ้นจากพื้นอยู่ภายใต้ชานชาลา ไม่รู้ว่ามันจะรู้หรือเปล่าว่าฝนที่ตกลงมานั้นก็เพื่อต้องการช่วยละลายความทรงจำอันเลวร้ายที่เคยสดชื่นให้เจือจาง ฉันมองเห็นเม็ดฝนกำลังกัดฟันพยายามช่วยชะล้างความทุกข์ของมัน

 

รถเก๋งสปอร์ตคันงามสีดำขลับซึ่งเป็นตัวแทนของความเร็วและความหนุ่มวิ่งฝ่าสายฝนอย่างไม่กลัวเปียกปอน ชายเจ้าของรถสีหน้าดูแล้วไม่ค่อยพอใจ คงเป็นเพราะฝนที่ตกลงมาทำให้วิสัยทัศน์ในการขับขี่ของเขาต้องด้อยลงทั้งๆที่เขากำลังอยู่ในภาวะเร่งรีบ หรืออาจจะเป็นเพราะว่าเขาเพิ่งล้างรถมาใหม่แต่เม็ดฝนกลับมาทำให้เจ้ารถคันโปรดจะต้องมีอันต้องเปื้อนเปรอะอีกครั้งก็เป็นได้ แล้วจู่ๆสีหน้าเขาก็ยิ่งแสดงรอยยับแห่งความหงุดหงิดมากขึ้นไปอีกเมื่อเขาต้องกดแตรอย่างหนักหน่วงให้ร้องส่งเสียงเดียงดังแทนคำด่าทอใส่เจ้าหมาน้อยตัวหนึ่งที่พยายามจะข้ามถนนจนต้องวิ่งหางจุกตูดกลับขึ้นไปบนฟุตบาทแล้วซ่อนตัวเพื่อหลบให้พ้นจากความตกใจที่กลายเป็นความกลัวอยู่ใต้ม้านั่งในชานชาลารอรถเมล์ เจ้ารถสปอร์ตสีดำขลับกลับไม่รู้สึกผิดใจและถือสากับความด้อยประสบการณ์ของเจ้าหมาน้อยตัวนั้นแต่อย่างใด มันดูสงบและวิ่งราบเรียบอย่างไม่เดือดร้อนต่างกับนายของมันที่ร้อนรนด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่นจนแทบระเบิดออก ไม่รู้ว่าคนขับจะรู้รึเปล่าว่าฝนที่ตกลงมาก็เพื่อจะช่วยบรรเทาให้อารมณ์ที่เดือดดาลของความหนุ่มได้ลดลงบ้าง ฝนพยายามจะสอนสั่งให้เขาหัดขับรถอย่างระมัดระวังและปลอดภัยก่อนที่เขาจะทำร้ายตัวเองและชีวิตอื่น แต่ก็ดูเหมือนว่าคนหลังพวงมาลัยจะไม่เข้าใจจุดประสงค์ที่เปี่ยมด้วยความหวังดีเหล่านี้ เม็ดฝนกำลังส่ายหน้าให้กับความไร้เดียงสาของผู้ขับขี่ที่โง่เขลา

 

สิ้นเสียงแตรรถสีดำยังคงแล่นด้วยความเร็วคล้ายอารมณ์ที่พุ่งขึ้น น้ำที่ถูกล้อรีดขึ้นมาจากแอ่งนั้นกระเด็นกระจายตัวออกข้างๆ เกือบจะโดนชายหญิงคู่นั้นที่เดินหยอกล้อกันอยู่ แม้ว่าพวกเขาจะตกใจและกระโดดหลบน้ำนั้นอย่างฉับพลัน แต่สีหน้ากลับยิ้มแย้มคล้ายกับว่ามันเป็นเกมส์อีกด่านหนึ่งที่ต้องผ่านให้ได้ และดูพวกเขาจะไม่ได้โดนน้ำจนเปียกแต่อย่างใด ต่างกับชายเสื้อดำที่หลบไม่ทันเพราะย่างก้าวของเขานั้นเร็วเกินไปที่จะยั้งยื้อตัวเพื่อหลบ และดูเหมือนว่าการเดินแซงขึ้นมาของเขานั้นมีจุดประสงค์เพื่อจะมารับน้ำที่กระจายขึ้นจากท้องถนนแทนคนทั้งสอง อารมณ์ของเขายิ่งเพิ่มความฉุนเฉียวมากขึ้นไปอีกขั้น เขาตะโกนด่าทอด้วยอารมณ์ที่เกรี้ยวกราดตามหลังรถสปอร์ตคันสวยที่แล่นผ่านไปราวกับสายลมด้วยคิดว่าคนขับจงใจกลั่นแกล้งให้เปียกโชก เจ้าหมาน้อยตัวนั้นยังคงหลบซ่อนตัวอยู่ใต้ม้านั่งรอรถเมล์ไม่ขยับหนีหายไปไหน ตัวที่เปียกโชกเริ่มสั่นเครือด้วยความหนาวเย็น สายตาที่หวาดหวั่นของมันกวาดมองสิ่งรอบตัวอย่างไม่ไว้ใจ แม้จะไม่ได้ยินเสียงให้แน่ใจแต่ฉันก็คิดว่ามันกำลังร้องครางออกมาเบาๆด้วยความกลัวที่รุมทำร้าย ฉันยังคงเฝ้ามองพวกเขาอยู่ภายในบ้านที่รอยน้ำฝนจ้องจะกรีดทำร้ายจนปลุกความรู้สึกเดียวดายให้ตื่นตัว

 

ยามนี้ป้ายรถเมล์ที่ไร้ลมหายใจและไร้ความรู้สึก กลับดูอบอุ่นและมีชีวิตชีวามากขึ้นกว่าเมื่อครู่ ภายใต้ชายคาของมันแน่นขนัดด้วยสีสันของหลายรูปแบบลมหายใจ ชายหญิงยังคงหยอกล้อพูดคุยกันอย่างสนุกสนานในโลกส่วนตัวสีชมพู แม้ว่าพวกเขาจะหุบร่มสีหวานแหววลงวางไว้ข้างตัว ชายเสื้อดำยังคงบ่นพึมพำกับตัวเองไม่หยุดหย่อนในโลกส่วนตัวสีหม่น เขาเฝ้าโทษสิ่งรอบกายที่โหมรุมทำร้ายจนต้องเปียกปอนทั้งภายในและภายนอก เขาหันมองชายหญิงคู่นั้นอยู่เนืองๆ ด้วยสายตาที่ซึมเศร้า เจ้าหมาน้อยตัวนั้นมันยังคงหลบอยู่ในโลกส่วนตัวสีเทาดำของมันเงียบๆเพียงหวังให้ความกลัวและความเสียใจจะหามันไม่เจอ ด้วยฝนที่ตกลงมานั้นช่วยชะล้างเนื้อตัวมันจนบัดนี้มันดูสะอาดสะอ้านและกลับมาดูน่ารักจนน่าจับต้องอีกครั้ง แต่ดูเหมือนว่าไม่ใช่แค่เนื้อตัวที่ถูกชะล้างสะอาดเสียแล้ว ฝนยังชะล้างเอากลิ่นของนายมันที่เลือนรางซึ่งฝังติดอยู่ที่จมูก กระดิ่งและปลอกคอออกไปด้วย มันนิ่งเฉยและไม่กระดิกหางให้ใครด้วยความยินดีอีกต่อไป หรือว่ามันตั้งใจลืมเพราะชิงชังกันนะ ฉันเองก็กำลังวุ่นอยู่กับการมองดูความสุขและความทุกข์ของพวกเขาที่เคลื่อนไหวไปตามวิถีทางของตัวเองอยู่ที่นอกหน้าต่างนั่น จนทำให้ความรู้สึกที่เจ็บแปลบหายไปโดยปริยาย

 

ซ่า...ซ่า...ซ่า...
ฝนยังคงตกอยู่
ซ่า...ซ่า...ซ่า...ซ่า...
มันเทตัวลงอย่างหนักที่นอกหน้าต่าง
ซ่า...ซ่า...ซ่า...ซ่า...ซ่า...
มันกลบทุกเสียงให้ฟังเรื่องเล่าของมัน
ซ่า...ซ่า...ซ่า...ซ่า...
กระทั่งเสียงร่ำร้องที่ดังลั่นอยู่ภายในของฉันก็พลอยถูกกลบไปด้วย
ซ่า...ซ่า...ซ่า...
ไม่รู้ว่าฉันตาฝาดรึเปล่าฉันมองเห็นเม็ดฝนชัดขึ้นกว่าเดิม
ซ่า...ซ่า...
ดูเหมือนว่าฉันจะได้ยินและเข้าใจเสียงของมันมากขึ้นกว่าที่เคย
ซ่า...
ฉันมองเห็นอารมณ์เดินทาง
ซ่...
ฝนยังคงตกอยู่
ซ...
ฉันยังคงฟังมันอยู่
...
อารมณ์ยังคงเดินทางอยู่
..
ฉันยังคงร่วมเดินทางไปด้วย
.
เสียงร่ำร้องภายในของฉันเงียบลงแล้ว...

..

.

edit @ 30 Aug 2008 19:14:34 by Room No. 09